ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลุ่มหลักสูตรและรายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletการพัฒนาตนเอง
bulletการพัฒนาองค์กร
bulletการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
bulletการบริหารทรัพยากรมนุษย์
bulletการขายและการตลาด
bulletการบริการและลูกค้าสัมพันธ์
bulletการพัฒนาทักษะทางคอมพิวเตอร์
dot
People Value Consulting
dot
bulletSmart Job Description
bulletEasy & Effective Competency
bulletระบบการบริหารผลงาน (PMS.)
dot
Download เอกสารอบรม / สัมมนา
dot
bulletเอกสารประกอบการฝึกอบรม
bulletตัวอย่างแบบฟอร์มต่างๆ
dot
ลูกค้าของเรา
dot
bulletองค์กรเอกชน
bulletหน่วยงานภาครัฐและราชการ
bulletองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletQ and A Learning Center
bulletHR Center
bulletเวบ อ.ทองพันชั่ง
bulletThaiBestJobs.Com
bulletคณะ วจก.มอ.
bulletสมาคมศิษย์เก่า วจก.มอ.
bulletgoodthinkingtraining.com
bulletTheResultTraining Chiang Mai
bulletเวบ อ.ทวีวรรณ กมลบุตร
bulletBlog อ.ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
bulletเวบ อ.วิศาล จันทร์สิทธิพงศ์




การเปลี่ยนแปลงองค์กร (Changing Organization)

เขียนโดย มนูญ ทยานานุภัทร์
OD Consultant , นักเขียนอิสระ

ตัวอย่างเช่น
องค์กรมีปัจจัยสนับสนุนในการขาย หรือ การผลิตเหมือนกัน นั้นองค์กรที่มีทรัพยากรที่ได้รับการพัฒนาจะมีข้อได้เปรียบมากกว่า เนื่องจากว่า องค์กรที่บุคคลากรยังมีพฤติกรรมการทำงานเหมือนเดิม นั้นไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานยังคงทำงานแบบเดิมๆ เหมือนกับการทำงานในสภาพแวดล้อมเมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับ องค์กรที่บุคคลากรได้รับการพัฒนาแล้วมี วิธีการทำงานใหม่ๆมาปรับใช้ในสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ในจุดนี้เององค์กรที่มีทัศนคติในการยอมรับเปลี่ยนแปลงย่อมได้เปรียบมากกว่าองค์กรที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

นิยามของการเปลี่ยนแปลงมีหลายนิยาม บางคนนิยามคำว่าเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บางคนนิยามคำว่าเปลี่ยนแปลงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งแตกต่างกับสิ่งผ่านมา ภายในองค์กรทุกๆองค์กรนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ 2 แบบ ใหญ่ๆ คือ
1. การเปลี่ยนแปลงจากภายใน (Internal Change)
2. การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก (External Change)
 
 

การเปลี่ยนแปลงจากภายใน
(Internal Change)
คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ตัวอย่างเช่น การสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ การเปลี่ยนตำแหน่งงาน การเปลี่ยนตำแหน่ง การเปลี่ยนหัวหน้า การรับช่วงกิจการต่อจากพ่อสู่ลูก การขยายตัวของธุรกิจ ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงจากภายในนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถควบคุมได้ เพราะว่า การเปลี่ยนแปลงประเภทนี้จะอยู่ที่แนวทางการบริหารงานของแต่ละองค์กร

การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก(External Change)
คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมรอบๆองค์กร ตัวอย่างเช่น การแปรผันทางค่าเงิน การปรับราคาน้ำมัน การเปลี่ยนกลยุทธ์ของคู่แข่ง ภาวะตลาดในประเทศ ภาวะตลาดในต่างประเทศ ซึ่งปัจจัยพวกนี้ยากที่จะควบคุมได้
 

ตัวอย่างในการเปลี่ยนแปลงการบริหารองค์กร
การเปลี่ยนแปลงจะสามารถเกิดขึ้นได้จากระดับผู้บริหารมากกว่าในระดับพนักงาน เนื่องมาจากบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบในเนื้องานนั้น ระดับพนักงานั้นจะถูกจำกัดกรอบความคิดมากกว่าในระดับบริหาร องค์กรในยุคเก่านั้น ระดับพนักงานมีหน้าที่แค่ทำงานตามคำสั่งเท่านั้น ถึงแม้ว่าพนักงานจะมีแนวคิดใหม่ๆมานำเสนอก้จะถูกปฏิเสธจากผู้บริหาร เพราะผู้บริหารยุคเก่าๆ นั้นจะมีพฤติกรรมค่อนข้างปิดไม่รับฟังความคิดเห็นจากพนักงานระดับล่าง ซึ่งในการสื่อสารภายในองค์กรเรียกว่า การสื่อสารจากบนลงล่าง (Top-Down Communication) ในยุคสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยการนำเองการสื่อสารทั้งสองทางมาปรับใช้ (Two Ways Communication) โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานมากขึ้น เพื่อนำเอาข้อมูล หรือ สิ่งที่พนังงานได้พบเจอมาจากภายนอกมาเป็นข้อมูลในการวางแผน หรือ วางกลยุทธ์ในการบริหารงานให้เหมาะสมต่อไป

การบริหารการเปลี่ยนแปลง
(Change Management) ต้องมีผู้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. ผู้ริเริ่มในการเปลี่ยนแปลง คือ ผู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีความคิดใหม่ๆมานำเสนอเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆในองค์กรโดยทั่วไปคือ ที่ปรึกษา หรือ ผู้บริหาร
2. ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ที่ให้การสนับสนุนความคิดในการเปลี่ยนแปลง โดยผู้สนับสนุนนี้ต้องมีอำนาจผลักดันในการทำการเปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปคือ เจ้าของบริษัท หรือ ผู้บริหารระดับสูง
3. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงคือ บุคคลที่รับหน้าที่ให้เป็นหัวหน้าโครงงานการเปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปคือ ที่ปรึกษา หรือ ผู้บริหาร

ในการเปลี่ยนแปลงในองค์กรจะก่อให้เกิดกลุ่ม 2 กลุ่มในองค์กร คือ
1. กลุ่มสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง (Force for Change) คือ กลุ่มที่เห็นด้วยในการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง
2. กลุ่มต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resistance to Change) คือ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลง โดยส่วนมากบุคคลที่ไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลง จะเป็นกลุ่มที่กลัวจะสูญเสียอำนาจ หรือ ผลประโยชน์ ต่างๆจากการเปลี่ยนแปลง
 
การที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะสามารถทำให้การพัฒนาบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ผู้นำจะต้องทำการลดจำนวนกลุ่มต่อต้านในการเปลี่ยนแปลงให้ได้

ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์เริ่มทำการค้าเพื่อเลี้ยงครอบครัว โดยนำของที่บ้านตัวเองผลิตไปแลกกับสิ่งอื่นที่เราต้องการ เช่น เอาข้าวไปแลกเนื้อหมู ในยุคของการเกษตร (Agricultural Era) ต่อมามนุษย์ได้วิวัฒนาการโดยนำเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตเนื่องจาก ความต้องการในตลาดนั้นมากกว่าความสามารถในการผลิต ในยุคของเครื่องจักร (Machinery Era) จนมาถึงในปัจจุบันการใช้เครื่องจักกลและเทคโนโลยีนั้น ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก สังเกตได้จากการเติบโตของเทคโนโลยีในปัจจุบันได้มาถึงจุดอิ่มตัว โดยสังเกตได้จาก บริษัทส่วนมากมีคอมพิวเตอร์ใช้เหมือนกัน มีอินเตอร์เน็ตใช้เหมือนกัน มีเครื่องจักรในการผลิตคล้ายๆกัน ในปัจจุบันนี้ได้ก้าวข้ามยุดการพัฒนาและลงทุนทางเทคโนโลยีมาถึงการพัฒนาบุคคลกร (Human Capital Era) การที่องค์กรจะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ มนุษย์ บุคคลากร



วัฒนธรรมองค์กร

กลยุทธ์การสร้างวัฒนธรรมองค์กร
วัฒนธรรมองค์กรของเรา ไม่ควรเอาไปบังคับใช้กับ(คนนอก)เขา article
แผนที่ตั้งองค์กรสะท้อนอะไรให้บุคคลภายนอกรับรู้บ้าง?
จะเชื่อมโยง “Core Value” สู่ “วัฒนธรรมองค์กร” ได้อย่างไร?
วัฒนธรรมของความล้มเหลว บทเรียนของการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน
กำไรใจคนดีกว่ากำไรเงินตรา
การบริหารคนบนพื้นฐานของความเชื่อ (Management by Belief)
กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (9/10/49)
จรรยาบรรณของผู้บริหารองค์กรนั้นสำคัญไฉน?
ภูมิปัญญาองค์กร : ปัจจัยการแข่งขันแห่งอนาคต
เทคนิคการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง
เทคนิคการ “เขย่าขวดยา” เพื่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับองค์กรยุคใหม่
จรรยาบรรณ : หลักสำคัญสู่ความสำเร็จ
จรรยาบรรณของที่ปรึกษากับการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันขององค์กร
“จรรยาบรรณ” ประเด็นสำคัญในการบริหารอนาคตขององค์กร
การสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture Building)
กลยุทธ์การบริหารความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารในองค์กร
Core Value กับการปรับเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร
วัฒนธรรมองค์กรไทย : ชอบเรียนของใหม่ แต่ชอบใช้ของเก่า (13/06/49)



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Providing Value to Your People