เขียนโดย ภาสกร ลิขิตสัจจากุล
วิทยากรที่ปรึกษาบริษัท พีเพิล แวลูว์ จำกัด
www.peoplevalue.co.th
-----------------------------------------------------
นิทานอำมตะเรื่องกระต่ายกับเต่าที่แข่งวิ่งกันเป็นอีกบทเรียนที่สอนเราได้อย่างดีถึงการทำเรื่องต่างๆ ทีละเล็กทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นจนสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จชนะเจ่ากระต่ายตัวเต่าเองมันก็คงไม่คิดว่าจะชนะอยู่แล้ว เพราะมันก็คงรู้ตัวมันเองดี (คิดแทนเต่า) ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความคล่องตัว และสรีระร่างกายที่ธรรมชาติให้มาแต่กำเนิดไม่สามารถเลือกได้ แต่เจ้าเต่าก็ยังเลือกที่จะแข่ง...ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางชนะอย่างแน่นอน...ทำไงได้ละครับก็ในเมื่อธรรมชาติไม่ได้ห้ามเต่ากำหนดชะตาชีวิตตัวเองนี้ครับการแข่งครั้งนี้เต่ากำหนดชะตาชีวิตตัวเอง เต่าอาจจะโดนเยอะเย้ยว่าริอาจคิดการใหญ่โดยไม่เจียมตัวเอง “แต่ถ้าเต่าหยุดคิดแค่ตรงนั้น...ก็คงไม่มีสิ่งมหัศจรรย์ในวันนี้อย่างแน่นอน” และจากการตัดสินใจลงแข่งในครั้งนั้น...เรื่องกระต่ายกับเต่าจึงกลายเป็นตำนานให้เราได้เล่าขานกันจนถึงทุกวันนี้
“คนเราสามารถสร้างตำนานให้กับตัวเองได้...ถ้าตัดสินใจลงมือทำในสิ่งที่เราถนัดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”
เจ้าเต่าคงจะคิดดีแล้วละครับถึงได้ลงแข่ง เพราะถึงแพ้ก็ไม่น่าเกียจ...เพราะในความเป็นจริงเต่าก็วิ่งแข่งไม่ชนะกระต่ายอยู่แล้ว ก็ธรรมชาติมันกำหนดไว้อย่างนั้นนี้ครับ นอกเสียจากว่ากระต่ายไม่มีขาหรือถึงมีขาก็ไม่มีความคิด พอดีเจ้ากระต่ายตัวนี้เจ้าเต่าดูแล้วคิดว่าน่าจะไม่ค่อยมีความคิด...โอกาสชนะยังมีก็เลยลงแข่ง...การขาดสติหยั่งคิดและความหยิ่งทะนงของเจ้ากระต่ายอาจจะทำให้มันทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไปได้ เช่น วิ่งแบบไม่ระวังเลยโดนเสือหรือเหยี่ยวเอาไปกินก่อนถึงเส้นชัย...เจ้าเต่าขอแค่โอกาสนั้นครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
“ดูเหมือนว่าโอกาสมีให้กับทุกคนอยู่ตลอดเวลา...แต่คนที่ไขว่คว้าและลงมือทำเท่านั้นสมควรที่จะได้รับมัน”
เป้าหมายเต่า...เป้าหมายกระต่าย
“เป้าหมายคือจุดเริ่มต้น...การไปให้ถึงเป้าหมายคือการลงมือทำ”เต่าก็คงมีเป้าหมายของตัวมันเองว่าจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามันไปถึงเส้นชัยได้ และมันก็คงไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะแพ้หรือชนะ มันต้องการชนะและพิสูจน์ตัวเองมากว่าว่ามันทำได้ มันจึงลงมือทำด้วยการก้าวไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ กระต่ายอาจเป็นแค่ตัวชูโรงสำหรับเต่าเพื่อให้เต่าเกิดแรงกระตุ้นที่จะทำ...เต่าตั้งเป้าหมายใหญ่คือการชนะกระต่าย และเต่าก็ซอยเป้าหมายใหญ่ลงมาเป็นเป้าหมายเล็กๆ และลงมือทำเป้าหมายเล็กๆ ให้ประสบความสำเร็จทีละก้าวๆส่วนเจ้ากระต่ายทั้งๆ ธรรมชาติให้พรสวรรค์ในการวิ่งมาแล้ว แต่กับทำให้พรสวรรค์ของตัวเองที่มีอยู่ด้อยค่าลงไปด้วยความคิดของตัวเองแท้ๆ
“ที่กระต่ายแพ้เต่าไม่ได้แพ้ที่การวิ่ง...หากแต่เป็นการแพ้ที่วิธีการคิดต่างหาก”
บางครั้งคนเราก็เกิดแรงฮึดอยากทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จเพราะโดนดูถูกสบประมาทว่าทำไม่ได้ทำไม่สำเร็จแน่นอน แล้วเขาก็เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเป็นพลังผลักดันให้เขาไปสู่เป้าหมาย ซึ่งมันคุ้มค่ามากเมื่อแลกกับคำสบประมาทนั้น สำหรับบางคนมีพรสวรรค์และจัดว่าเก่ง...แต่กับไปไม่ถึงไหนก็เพราะเขาไม่ลงมือทำ ไม่พัฒนาความสามารถ และไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
“เป้าหมายจะไม่มีความหมาย...ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ”
คนเราชอบช่วยเหลือและให้การสนับสนุน...คนดีมีความตั้งใจ
จริงๆ แล้วสัตว์ตัวอื่นๆ ก็สามารถที่จะบอกเจ้ากระต่ายก็ได้ว่า “เฮ้ย! ตื่นซิว่ะเจ้ากระต่าย...เจ้าเต่ามันใกล้ถึงเส้นชัยแล้วนะเดี๋ยวเองแพ้หรอก” แต่ก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนมาบอกเจ้ากระต่ายเลย...แม้แต่กระต่ายด้วยกันเองก็ไม่บอก นั้นก็เพราะว่ามันคงมั่นไส้เจ้ากระต่ายที่ชอบอวดดีว่ากูเก่งกูแน่ เลยไม่ได้รับการสนับสนุนจากสัตว์อื่นๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ
สำหรับท่านที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งหรือมีพรสวรรค์ ก็ไม่ต้องไปย่อท้อกับชีวิตหรือการทำงานเพราะถ้าท่านยังมีความมุ่งมั่นพยายามพร้อมพัฒนาความรู้ความสามารถและลงมือปฏิบัติจริงอยู่อย่างสม่ำเสมอนอกจากคุณจะได้เพิ่มศักยภาพความสามารถของตัวคุณเองแล้ว...เชื่อเถอะครับว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ยังมีคนดีๆ ที่เข้าใจและต้องการให้การสนับสนุนท่าน ก็เพราะคนที่เขาประสบความสำเร็จในวันนี้...ในอดีตเขาก็คงทำเหมือนคุณนั้นเอง
“เมื่อใดที่เราทำสิ่งดีๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ...คนดีๆ ก็จะมาช่วยเหลือเราอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน”
จงอย่าประมาทเหมือนกระต่าย
“ความประมาทเป็นหนทางนำไปสู่ความตาย” มีคนกล่าวไว้อย่างนั้น ซึ่งก็จริงเพราะความประมาทคือการขาดสติยั้งคิด พอขาดสติยั้งคิดก็มักไม่มีเหตุผล พอไม่มีเหตุผลก็มักทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์ พอทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์ผลเสียต่างๆ ก็ตามมา ก็อย่างเช่นเจ้ากระต่ายผู้อวดดี คิดว่าอย่างไรเสียฉันก็ชนะแน่นอนเพราะพรสวรรค์ที่ธรรมชาติให้ฉันมีขาหลังที่ยาวและแข็งแรงทำให้เป็นสัตว์ที่วิ่งได้คล่องแคล่วว่องไวและรวดเร็ว เสียดายที่เจ้ากระต่ายผู้อวดดีไม่ได้ใช้พรสวรรค์ที่มีไปในทางที่ดีมีประโยชน์ต่อตัวเองและสัตว์อื่นๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องอับอายขนาดนี้ เปรียบเหมือนคนที่เก่งแต่ไม่รู้จักการพัฒนาความเก่งที่ตัวเองมีให้โดดเด่นและสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง และเพื่อนมนุษย์ เพราะคนที่เขาไม่เก่งหรือมีพรสวรรค์แต่เขาพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วเขาก็แซงหน้าคนเก่งและประสบความสำเร็จในชีวิตไปในที่สุด...เหมือนเช่นเจ้าเต่า
“กลยุทธ์ของคนที่ไม่เก่งและไม่มีพรสวรรค์คือ...การพัฒนาความสามารถที่มีและทำให้เป็นรูปธรรมอย่างสม่ำเสมอ”
สิ่งที่เจ้าเต่าได้จากการลงแข่งในครั้งนี้
จากการตัดสินใจลงแข็งในครั้งนั้นทำให้เจ้าเต่าได้บทเรียนต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ (เจ้าเต่าแอบบอกผม) และเจ้าเต่าก็ยินดีที่จะบอกสิ่งที่มันได้จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เราฟัง แต่เจ้าเต่าขอร้องอย่างหนึ่งคือเมื่อบอกแล้วขอให้ทุกท่านเอาไปปฏิบัติเหมือนกับเจ้าเต่าเพื่อจะได้ประสบความสำเร็จและมีประโยชน์ทั้งผู้ให้และผู้รับเช่น
· ได้ทดสอบความพร้อมตัวเอง...ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจว่ายังแข็งแรงอยู่หรือไม่
· ได้ทดสอบความเชื่อ...ว่าถ้าได้ลงมือทำในสิ่งที่เชื่อแล้วผลจะเป็นอย่างไร
· ได้ทดสอบความกล้าของตัวเอง...เพราะความกล้าจะทำให้เรามีแรงทำสิ่งนั้นต่อไปได้อีก
· ได้เรียนรู้ว่าการจะไปถึงเป้าหมายได้นั้น...ต้องเริ่มเดินและสะสมระยะทางไปเรื่อยๆ
· ได้ทดสอบความมุ่งมั่นของตัวเองว่าเข้มแข็งแค่ไหน
· ได้รับรู้ผลของการไม่ย่อท้อนั้นมันยิ่งใหญ่เพียงไร
· ได้รับรู้ว่าการลงมือทำแม้จะเป็นการทำทีละเล็กทีละน้อยนั้นสำคัญมาก
· ได้รับรู้ว่าความเก่งหรือการมีพรสวรรค์ไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จเสมอไป
· ได้รับรู้ว่าผลของการตัดสินใจแข่งในครั้งนั้น...ทำให้มันมีชื่อเสียงโด่งดังถึงทุกวันนี้
· ได้รับรู้ว่ายังมีสัตว์อื่นที่คอยให้กำลังใจในสิ่งที่มันทำอยู่อีกมากมาย
· ได้รับรู้ว่าการตัดสินใจและการลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้องนั้นเป็นก้าวที่สำคัญยิ่งสำหรับชีวิต
· ได้เรียนรู้ว่าความประมาทอาจจะทำให้ชีวิตพบสิ่งเลวร้ายได้
· ได้เรียนรู้ว่าการเยาะเย้ยผู้อื่นนั้นรังแต่จะทำให้คนรังเกียจถึงแม้จะเก่งแค่ไหนก็ตาม
· ได้เรียนรู้ว่าพลังของความสม่ำเสมอและต่อเนื่องนั้น...มักทำให้เกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่
· ได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติให้เราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย...แต่ไม่ได้ห้ามเราไม่ให้ทำอะไรในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่
· ได้เรียนรู้ว่าเมื่อเราหยุดคิดหยุดฝันหยุดทำ...ก็เท่ากับว่าเราหมดลมหายใจ
· ได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้...ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ
· ได้เรียนรู้ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด...แล้วจะควบคุมอนาคตได้
· ได้เรียนรู้ว่าถ้าหัดทำ...แล้วจะทำให้เกิดความชำนาญ เป็นต้น
“ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้...ถ้าเพิ่มประสิทธิภาพให้กับความสามารถ”
ประสพความสำเร็จเหมือนเต่าได้...ด้วยการซอยย่อยเป้าหมายแล้วลงมือทำทุกวัน
คนที่ตั้งเป้าหมายไว้ใหญ่และเกิดความท้อแท้เพราะยังไปไม่ถึงไหนกับเป้าหมายที่วางเอาไว้ ก็ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีของเต่าดูบ้างก็ได้ (ไม่ได้แนะให้ทำงานช้าเหมือนเต่า แต่แนะให้คิดและมีความพยายามเหมือนเต่า) โดยการซอยเป้าหมายที่ใหญ่ลงมาเป็นเป้าหมายเล็กๆ และลงมือทำมันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทุกๆ วัน อย่างเคร่งครัด เช่น
· อ่านหนังสือให้ได้วันละ 1 บท
· พูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักให้ได้วันละ 1 คน
· เก็บเงินวันละ 1 บาท
· หัดทำกับข้าวกินเองอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
· พูดขอบคุณให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
· ท่องภาษาอังกฤษให้ได้วันละ 1 คำ
· ชมเชยคนให้ได้วันละ 1 คน
· ท่องเที่ยวที่ใหม่ๆ เดือนละ 1 ครั้ง
· เขียนหนังสือให้ได้วันละ 1 หน้า
· ล้างรถเองเดือนละ 1 ครั้ง
· โทรไปหาพ่อแม่ขั้นต่ำให้ได้เดือนละ 1 ครั้ง
· พูดสิ่งดีๆวันละ 1 เรื่อง
· บริจาคเงินให้ขอทานจริงๆ วันละ 1 บาท
· อาบน้ำหมา แมว เอง เดือนละ 1 ครั้ง
· ยิ้มให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
· ออกกำลังกายให้ได้วันละครั้ง ๆ ละ 1 ที ก็ได้
· และอีกมากมายที่ทำแล้วมันดีเป็นต้น
และเมื่อท่านได้ลงมือทำแล้วลองดูผลตอบรับกลับมาด้วยนะครับ แต่มีข้อแม้นะครับว่าคุณต้องทำด้วยความรู้สึกดีไม่ได้รู้สึกถูกบังคับ
“ไม่ใช่การรดน้ำต้นไม้เพียงครั้งเดียวเยอะๆ แล้วต้นไม้ถึงจะออกกผล...หากแต่เป็นการทยอยรดน้ำต้นไม้สะสมไปเรื่อยๆ จนกระทั้งต้นไม้พร้อมต่างหากถึงออกผลให้เราทาน”
|