ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลุ่มหลักสูตรและรายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletการพัฒนาตนเอง
bulletการพัฒนาองค์กร
bulletการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
bulletการบริหารทรัพยากรมนุษย์
bulletการขายและการตลาด
bulletการบริการและลูกค้าสัมพันธ์
bulletการพัฒนาทักษะทางคอมพิวเตอร์
dot
People Value Consulting
dot
bulletSmart Job Description
bulletEasy & Effective Competency
bulletระบบการบริหารผลงาน (PMS.)
dot
Download เอกสารอบรม / สัมมนา
dot
bulletเอกสารประกอบการฝึกอบรม
bulletตัวอย่างแบบฟอร์มต่างๆ
dot
ลูกค้าของเรา
dot
bulletองค์กรเอกชน
bulletหน่วยงานภาครัฐและราชการ
bulletองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletQ and A Learning Center
bulletHR Center
bulletเวบ อ.ทองพันชั่ง
bulletThaiBestJobs.Com
bulletคณะ วจก.มอ.
bulletสมาคมศิษย์เก่า วจก.มอ.
bulletgoodthinkingtraining.com
bulletTheResultTraining Chiang Mai
bulletเวบ อ.ทวีวรรณ กมลบุตร
bulletBlog อ.ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
bulletเวบ อ.วิศาล จันทร์สิทธิพงศ์




การพัฒนาทักษะการคิด ด้วยการเขียน

สมองของเราจะเฉียบแหลมได้จะต้องมีการลับสมองอยู่เสมอ การลับสมองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนำความคิดของผู้อื่นมาคิดต่อยอด การคิดโดยการตั้งเป้าหมายอย่างมีระบบ การคิดเพื่อแก้ปัญหา  การคิดเฟ้อฝันในอากาศ ความคิดที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วมาก ถ้าเราสังเกตดูความคิดของเราเอง บางครั้งเรากำลังคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ จู่ๆความคิดก็วิ่งไปคิดเรื่องอื่นทันที คนบางคนตามความคิดของตัวเองไม่ทัน พลังในการคิดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อเราสามารถควบคุมความคิดของเราให้อยู่ในกรอบที่เราต้องการได้  


ผมมีความเชื่อมั่นว่าทุกคนมีศักยภาพในการคิดไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ความสามารถในการควบคุมและการนำเอาความคิดมาใช้งานมีความแตกต่างกันเท่านั้นเอง ความสามารถในการควบคุมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดจากการฝึกฝนบ่อยๆจนเป็นนิสัย เราจะเห็นว่าแม่ค้าในตลาดส่วนมากคิดเลขเร็วมากทั้งๆที่ไม่ได้ร่ำเรียนจินตคณิตอะไรมาเลย เพราะเขาฝึกคิดทุกวันจนเกิดเป็นทักษะ 

 

 

การที่เราจะพัฒนาความคิดให้มีทักษะและศักยภาพสูงขึ้นนั้น เราจะต้องสร้างนิสัยในการ ฟัง พูด อ่าน และเขียนให้มากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความคิดได้เป็นอย่างดี  การฟังถือเป็นการเก็บข้อมูลให้สมองนำไปใช้งานเพื่อการคิดได้ การพูดถือเป็นการฝึกให้สมองดึงเราข้อมูลที่มีอยู่มาใช้งานอย่างเป็นระบบ สามารถจัดลำดับความสำคัญและการเชื่อมโยงกันได้ การอ่านถือเป็นวิธีการในการดึงสมองให้จดจ่อ มีสมาธิอยู่กับตัวอักษรในขณะที่อ่านก็สามารถฝึกฝนการวิเคราะห์และเก็บข้อมูลไปในตัว และสุดท้ายคือการเขียน เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราควบคุมความคิดให้เป็นระบบและบันทึกผลการคิดไว้เป็นหลักฐาน  

 

 

ผมขอแนะนำเทคนิคและวิธีการในการพัฒนาทักษะการคิด ด้วยการเขียนดังนี้

 

                                              “ความคิดมีมากมายเสมือนเม็ดทรายบนชายหาด

                                           แต่ความคิดที่มีคุณค่าคือเม็ดทรายที่นำมาสร้างชิ้นงาน

 

    •  คิดปุ๊บจดปั๊บ ในการฝึกการเขียนครั้งแรกๆ ผมแนะนำให้บันทึกผลของความคิดของเราก่อน ไม่ว่าเราคิดอะไรได้ ขอให้จดบันทึกไว้ โดยเฉพาะการคิดอะไรใหม่ๆสำหรับชีวิตเรา ส่วนมากมักจะเป็นความคิดแบบไม่ตั้งใจ อยู่ก็เกิดคิดขึ้นมาทันทีทันใด ความคิดแบบนี้มักจะเป็นความคิดที่มาเร็วไปเร็ว ถ้าเราไม่มีการจดบันทึก แป๊บเดียวก็ลืม กลับมานั่งนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก หรือบางครั้งมันเกิดขึ้นในวงสนทนา ในการประชุม ในขณะที่คนอื่นกำลังคุยอยู่เราก็มีความคิดแว๊บขึ้นมา บางคนกลัวลืมก็เลยเสียมารยาท พูดแทรกขึ้นมาทันที ทางที่ดีควรจดบันทึกไว้ก่อน รอฟังคนอื่นให้จบก่อนแล้วค่อยพูด การฝึกบันทึกผลของการคิดนี้ จะช่วยให้เรารับทราบว่าในอดีตเราเคยคิดอะไรได้บ้าง อะไรบ้างที่เรายังไม่เคยคิด ความคิดในอดีตอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดใหม่ การฝึกบันทึกแบบนี้เราควรจะมีกระดาษและปากกา(ดินสอ) อยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาไม่ว่าที่ทำงาน ในรถยนต์ ห้องนอนหรือพกติดตัวตลอดเวลาทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน 
    • ฝึกขีดเขียนทุกวัน การเขียนถือเป็นทักษะอย่างหนึ่ง และทักษะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการฝึกหรือปฏิบัติบ่อยๆ เหมือนกับทักษะการขี่จักรยานที่ต้องมีการทดลองขี่จริง ขี่บ่อยๆ ล้มบ้างได้บ้าง และสุดท้ายก็จะขี่เป็นเอง ทักษะการเขียนก็เช่นเดียวกัน การเขียนครั้งแรกๆจะน่าอ่านหรือไม่น่าอ่านก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าฝึกเขียนบ่อยๆก็จะเกิดทักษะและพัฒนาการขึ้นมาเอง เราจะเห็นว่าเด็กอนุบาลเริ่มตั้งแต่การลากเส้น การระบายสี การเขียนตามเส้นประ การเขียนตามตัวอย่าง และสุดท้ายก็สามารถเขียนได้ด้วยตัวเขาเอง เราลองพิจารณาดูซิครับว่าเด็กต้องใช้เวลาในการฝึกทักษะมากน้อยเพียงใดกว่าจะเขียนหนังสือได้  ตัวเราก็เช่นกันก็ต้องพยายามฝึกเขียนบ่อยๆ การเขียนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงเขียนเป็นตัวอักษรเพียงอย่างเดียวนะครับ แต่ผมหมายถึงการวาดรูป การวาดภาพ หรือสัญลักษณ์อะไรก็ได้ที่บ่งบอกถึงความหมายได้ บางคนไม่ค่อยชอบเขียนบรรยายแบบนักเขียนนิยาย แต่ชอบวาดเป็นรูปภาพ เป็น Flow Chart เป็นแผนภูมิ หรือเป็นสูตร ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน 
    •  คิดก่อนเขียน เมื่อเราเริ่มสนุกกับการขีดๆเขียนๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปให้กำหนดและวางกรอบการเขียนไว้ล่วงหน้าว่าเราต้องการเขียนอะไร หัวข้อใหญ่มีอะไรบ้าง หัวข้อย่อยๆมีอะไรบ้าง เนื้อหาในแต่ละหัวข้อควรจะเน้นหรือพูดถึงอะไรบ้าง เราต้องการเขียนความยาวเท่าไหร่ การกำหนดสิ่งที่เราต้องการเขียนไว้ก่อนล่วงหน้านี้จะช่วยให้สมองเราทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในขณะที่เรากำลังเขียน สมองจะเตือนเราว่าเรื่องที่กำลังเขียนนั้นออกนอกกรอบแล้วนะ เรื่องที่กำลังเขียนมันยาวเกินไปแล้วนะ เหล่านี้เป็นต้น ผมขอแนะนำให้เราใช้เวลาในการร่างกรอบของการเขียนให้มากๆ ร่างทิ้งไว้แล้วค่อยมาทบทวนใหม่อีกครั้งสองครั้งเพื่อให้มั่นใจว่ากรอบการเขียนมีความชัดเจนและครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดแล้ว การฝึกคิดก่อนเขียนนี้เองเป็นไฮไลท์ของการพัฒนาทักษะการคิดด้วยการเขียน เพราะเราจะเป็นนายของความคิด เรามีสิ่งที่เราต้องการแล้วเราก็สั่งให้สมองคิดตาม การฝึกคิดเช่นนี้บ่อยๆ สมองก็จะคุ้นเคยกับคำสั่งของเรา และจะไม่วิ่งไปที่อื่น 
    •  เขียนเองอ่านเอง ในขณะที่เรากำลังเขียนเราได้ฝึกการอ่านเพื่อทบทวนการเขียนของเราไปในตัวอยู่แล้ว แต่เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ต้นจนจบ ขอแนะนำให้กลับมาอ่านซ้ำทั้งหมดหลายๆรอบ เพราะสิ่งที่เราเขียนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะปรากฎต่อตัวเราเองและผู้อื่น ถ้าเป็นคนทำงานก็จะมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากผลของการเขียนจะสะท้อนให้เห็นศักยภาพทางการคิดของเราแล้ว ยังสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นถึงลักษณะนิสัยของเราอีกด้วย เช่น ความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบ 
    •  เขียนให้คนอื่นอ่าน เป็นเทคนิคในการยืมทั้งมือ สายตา และสมองของคนอื่นให้ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ผลงานการเขียนของเรา เผลอๆเราอาจจะได้ความคิดเพิ่มเติมจากคนอ่านก็ได้ ยิ่งจะทำให้การเขียนของเราสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งที่เราเขียนบางครั้งอาจจะเป็นเพียงความเข้าใจของเราคนเดียว หรือเรามีข้อมูลฐานอยู่ในหัวอยู่แล้ว เมื่ออ่านสิ่งที่เราเขียนแล้วจึงจะเข้าใจ แต่ถ้าคนอื่นที่ไม่มีฐานข้อมูลแบบเรา เขาอ่านแล้วเขาอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ ดังนั้น หลักในการเขียนที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เขียนให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่เขียนให้เราเข้าใจคนเดียว

      สรุป การพัฒนาทักษะการคิดด้วยการเขียนจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานทุกคน คนที่ชอบคิดแต่ไม่ชอบเขียน เปรียบเสมือนคนที่ขับรถแล้วไม่ชอบดูแผนที่ แต่อาศัยความจำของตัวเองเป็นหลัก โอกาสผิดพลาดหรือลืมนั้นมีสูงกว่าคนที่มีทั้งการคิดและการเขียนไปพร้อมๆกัน เราต้องไม่ลืมว่าการเขียนถือเป็นการคิดซ้ำรอยเดิมอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง   (ในขณะที่กำลังเขียนนั้นเรากำลังทบทวนความคิดไปในตัว) ดังนั้นร่องของความคิดนั้นจะลึกกว่าความคิดที่ไม่ได้ถูกบันทึก โอกาสจะนำเอาความคิดมาใช้งานทำได้ง่ายกว่าและลืมได้ยากกว่า   

       

 




พัฒนาศักยภาพการคิด

เพียงเชื่อมั่น... "ฉันก็ทำได้!"
ปรับตัวรับปีใหม่ ก้าวไปสู่ความสำเร็จ
มองโลกในแง่ดี กายสดใส ใจเป็นสุข
OLYMPIC 2008
4S กับ การดำเนินชีวิต
คิดบวก ( Positive Thinking )
คุณค่าของชีวิต
พัฒนาชีวิต ด้วยหลักคิดของไคเซ็น
ความเชื่อที่ว่า “เราต้องทำได้” คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
ถ้าหลับตายังมองเห็นเป้าหมาย ลืมตาย่อมมองเห็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ
ทำอย่างไรให้คนมีแรงจูงใจจาก “ความอยาก” และ “ความกลัว”?
การสร้างความสุขในการทำงาน (Happy Workplace) ด้วยการบริหารตนเอง
มองชีวิตในแต่ละวัน ให้เหมือนวันสุดท้ายของชีวิต
คุณค่าของชีวิต
การฝึกอบรมมีประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองอย่างไร ?(14/3/48)
การบริหารสต๊อกสินค้าในชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ (3/07/49)
ทำอย่างไรจึงจะลด ละ เลิกการใช้ชีวิตที่คิดลบ?(28/08/49)
ถึงแม้ชีวิตเราจะเลือกเฉพาะสิ่งที่เราพอใจไม่ได้ แต่เราเลือกพอใจกับสิ่งทุกสิ่งได้ (12/10/49)
ยิ่งมีทางเลือกมาก ยิ่งเลือกได้น้อย (14/11/49)
ทำอย่างไรถ้าคนใกล้ชิดเชื่อคนนอกมากกว่าคนในครอบครัว?(25/07/49)
ความสำเร็จและความล้มเหลวคือจุดเดียวกัน (9/04/49)
จุดประกายความคิดในการดำเนินชีวิต
ยิ่งสูง ยิ่งต้องเลือกมาก เลือกยากและโอกาสเสี่ยงสูง
ดีเหมือนกันที่ขโมยขึ้นบ้าน
หลุดแล้วจ้า!!
อีกบทหนึ่งของชีวิต....
ปรับจริง......ปรับใหญ่
ตัวอย่าง Video Clip
คนที่เข้าใจยากคือโจทย์ชีวิตที่ท้าทาย
ข้อควรคิดก่อนที่จะตัดสินใจในชีวิต
การให้คือใบเบิกทางของการรับ
กรอบความคิดของชีวิตคน
โชคดีที่เกิดอุบัติเหตุ
เออ..ก็ดีเหมือนกัน
คนมีค่า
ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่แบ่งปันไม่ได้ ซื้อขายไม่ได้ หยิบยืมไม่ได้
อย่าไว้ใจโปรแกรมการคิดแบบอัตโนมัติ
สร้างจุดแข็งให้เป็นจุดเด่น
เทคนิคการทดสอบศักยภาพตัวเอง
“ชีวิตาภิบาล” กับการบริหารคุณภาพชีวิต (Good Quality of Life)
ชีวิตมีทางเลือกเสมอ : จงเลือกที่จะรักสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ก่อนที่จะเลือกทำในสิ่งที่เรารัก
ชีวิตแบบพึ่งพาและพอเพียง มิใช่พึ่งพิงและไม่เพียงพอ
เทคนิคการพัฒนาตนเอง : การพัฒนาองค์ความรู้
เทคนิคการพัฒนาตนเอง : ข้อคิดในการบริหารชีวิตเชิงมิติ
การพัฒนาศักยภาพตัวเองด้วยการอ่าน
พัฒนาคุณภาพชีวิตกับหลักการคิดแบบ 5 ส
เทคนิคการพัฒนาตัวเอง : กำจัดจุดอ่อนและพัฒนาจุดเด่น
เทคนิคการพัฒนาตนเอง : กลยุทธ์การบริหารข้อมูลย้อนกลับ (FEEDBACK)
ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่
ความแตกเพราะมือถือ
จากเด็กบ้านนอกสู่ผู้จัดการโรงงานอินเตอร์
ทำงานแล้วไม่ได้ผลตอบแทน ควรจะคิดบวกอย่างไร
คบเพื่อนคิดบวกเพื่อสร้างนิสัยการคิดเชิงบวก
6 Ps เพื่อบริหารงานบริการ ตอนที่ 1
เม้าท์เรื่องงาน กับ อลิส - น้ำใจคน
เริ่มต้นคิดบวกจากการฝึกคิดสองด้าน
น้ำเหลือครึ่งแก้ว
รถติดไฟแดงคันแรกจะได้ออกเป็นคันแรกเมื่อไฟเขียวครั้งต่อไป
ขอชมเจ้าหน้าที่ธนาคาร
พฤติกรรมคนขับรถในห้างสรรพสินค้า
ขับรถเล่นก็ดีเหมือนกัน
คิดใหญ่ แต่ไม่ควรเริ่มต้นใหญ่
COST-BENEFIT กับการบริหารกำไรชีวิตแบบมูลค่าเพิ่ม
เครื่องมือการพัฒนาศักยภาพการคิดสร้างสรรค์
เทคนิคการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
เทคนิคการตัดสินใจเพื่อป้องกันการเสียใจและเสียดายในภายหลัง
สร้างศักยภาพการแข่งขันของตัวเองจากบทเรียนขององค์กร
ดูหนัง Series แล้วย้อนมองดูความรักของเรา
ชาวนากับนักธุรกิจ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Providing Value to Your People