ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลุ่มหลักสูตรและรายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletการพัฒนาตนเอง
bulletการพัฒนาองค์กร
bulletการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
bulletการบริหารทรัพยากรมนุษย์
bulletการขายและการตลาด
bulletการบริการและลูกค้าสัมพันธ์
bulletการพัฒนาทักษะทางคอมพิวเตอร์
dot
People Value Consulting
dot
bulletSmart Job Description
bulletEasy & Effective Competency
bulletระบบการบริหารผลงาน (PMS.)
dot
Download เอกสารอบรม / สัมมนา
dot
bulletเอกสารประกอบการฝึกอบรม
bulletตัวอย่างแบบฟอร์มต่างๆ
dot
ลูกค้าของเรา
dot
bulletองค์กรเอกชน
bulletหน่วยงานภาครัฐและราชการ
bulletองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletQ and A Learning Center
bulletHR Center
bulletเวบ อ.ทองพันชั่ง
bulletThaiBestJobs.Com
bulletคณะ วจก.มอ.
bulletสมาคมศิษย์เก่า วจก.มอ.
bulletgoodthinkingtraining.com
bulletTheResultTraining Chiang Mai
bulletเวบ อ.ทวีวรรณ กมลบุตร
bulletBlog อ.ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
bulletเวบ อ.วิศาล จันทร์สิทธิพงศ์




การกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Job Description)

ในอดีตที่ผ่านมาองค์กรต่างๆมักจะมีภารกิจที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น เป็นโรงงานผลิต ก็ผลิตเหมือนๆกันทุกปี เป็นร้านขายของก็ขายเหมือนๆกันทุกปี จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อย เช่น ถ้าเป็นโรงงานก็มีการปรับปรุงกระบวนการผลิต ถ้าเป็นธุรกิจการขายก็มีการจัดรายการลดแลกแจกแถม การที่จะปรับเปลี่ยนภารกิจขององค์กรจากหน้ามือเป็นหลังมือ การปรับเปลี่ยนที่กระทบทั้งภาพรวมมีน้อย อาจจะเป็นเพราะคู่แข่งขันน้อย อาจจะเป็นเพราะองค์กรสามารถเลือกและกำหนดทางเดินของตัวเองได้มากกว่าในปัจจุบันที่จะต้องขึ้นอยู่กับคู่แข่ง สภาพแวดล้อม ระบบมาตรฐานต่างๆ ลูกค้า และกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรในทุกๆกลุ่ม พูดง่ายๆคือการปรับเปลี่ยนภารกิจเชิงกลยุทธ์นั้นยังมีน้อยมาก การบริหารส่วนใหญ่เน้นการบริหารงานประจำวัน (Daily Management) มากกว่าการบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)

ถ้ามองลึกเข้ามาในโครงสร้างย่อยขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นสายงานหรือตำแหน่งงาน ทุกสายงานหรือตำแหน่งงานก็มักจะถูกจัดไว้เหมือนๆกันเกือบทุกองค์กร เช่น มีสายงานการตลาดและการขาย สายงานบัญชีและการเงิน สายงานผลิต สายงานบุคคล ฯลฯ ตำแหน่งงานก็แทบจะไม่แตกต่างกัน เพราะทุกสายงานและทุกตำแหน่งมักจะทำงานที่เป็นงานประจำ การเขียนใบกำหนดหน้าที่งานก็สามารถลอกจากองค์กรอื่นๆได้สบาย เปลี่ยนแค่โลโก้ของบริษัทก็นำมาประยุกต์ใช้ได้แล้ว  

 

แต่...ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันแบบไร้พรมแดน ยุคที่ผู้คนมีความรู้และคาดหวังจากองค์กรมากขึ้นนี้ เราจะมีแค่เพียงใบกำหนดหน้าที่งานแบบเดิมๆเพียงอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะยุคนี้และยุคหน้าองค์กรให้ความสำคัญกับ กลยุทธ์ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านการตลาด การขาย การผลิต บัญชีและการเงิน หรือกลยุทธ์ในการบริหารคน เมื่อเป็นองค์กรแห่งกลยุทธ์ แน่นอนว่าจะต้องมีระบบหลายๆระบบเชิงกลยุทธ์ขึ้นมารองรับเพื่อให้กลยุทธ์ขององค์กรบรรลุเป้าหมาย  

 

 

หลายองค์กรเริ่มมีการกำหนดหน่วยงานและตำแหน่งงานที่รองรับงานเชิงกลยุทธ์มากยิ่งขึ้น เช่น บางองค์กรมีฝ่ายวางแผนและพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ บางองค์กรมีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ SWOT โดยเฉพาะ บางองค์กรมีหน่วยงานติดตามแผลกลยุทธ์ ฯลฯ  

 

 

ดังนั้น งานสำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรควรจะเริ่มเตรียมตัวและดำเนินการ นั่นก็คือการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Job Description) หรือบางองค์กรอาจจะเรียกว่า บทหน้าและหน้าที่เชิงกลยุทธ์ (Roles and Responsibilities)” หรือบางที่อาจจะเรียกว่า “Strategic Job Profile” ใครจะชอบเรียกแบบไหนก็ลองเลือกดูเอาเองก็แล้วกันนะครับ เหตุผลที่อยากจะนำเสนอเรื่องนี้คือ เมื่อองค์กรเปลี่ยนบทบาทหน้าที่จากการบริหารงานประจำมาสู่การบริหารงานเชิงกลยุทธ์แล้ว แต่กลไกภายในขององค์กรยังมีแต่กลไกที่ทำแต่งานประจำ จะทำให้กลยุทธ์ขาดความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ หรือถ้าใช้โครงสร้างของงานประจำมาทำงานกลยุทธ์ด้วย ก็อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร อาจจะทำให้งานประจำเสีย หรือไม่ก็ทำให้งาน  

 

 

เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำหรือพัฒนาใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ขององค์กรต่างๆ ผมจึงขอนำเสนอแนวทางในการดำเนินการดังนี้

  1. วิเคราะห์ภารกิจที่สนับสนุนกลยุทธ์ขององค์กร สิ่งแรกที่ควรจะทำก่อนการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์คือการนำเอากลยุทธ์ขององค์กรทั้งระยะสั้นและระยะยาวมาวิเคราะห์หาภารกิจ ภารกิจในที่นี้ให้ลองถามว่าถ้าองค์กรต้องการจะให้บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์นั้น องค์กรจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องขยายสาขา ต้องออกสินค้าใหม่ ต้องร่วมทุนกับคู่ค้า ต้องพัฒนาบุคลากรรองรับ ต้องหาเงินลงทุนเพิ่ม ต้องพัฒนาเครือข่ายระหว่างประเทศ ต้องหาตัดหน่วยงานบางหน่วยงานทิ้งไป ต้องเพิ่มหน่วยงานบางหน่วยงานเข้ามา ฯลฯ และให้ลองถามลึกลงไปอีกว่า แล้วภายใต้ภารกิจเชิงกลยุทธ์แต่ละอย่างนั้นต้องมีแผนงาน โครงการอะไรบ้าง หรือถ้าสามารถทำได้ให้กำหนดลงไปถึงกิจกรรมที่จะเข้ามารองรับแผนงานและโครงการนั้นๆด้วย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพของภารกิจเชิงกลยุทธ์ที่กว้าง(ทุกด้านและทุกระยะ)และลึก(รายละเอียดของภารกิจ)ได้มากยิ่งขึ้น
  2. กระจายภารกิจสู่หน่วยงานและตำแหน่งงาน เมื่อวิเคราะห์ภารกิจเชิงกลยุทธ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้พิจารณาดูว่าภารกิจนั้นๆควรจะอยู่กับหน่วยงานใดและตำแหน่งใด บางองค์กรตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมารองรับภารกิจเชิงกลยุทธ์ เช่น บางที่มีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างองค์กร ฝ่ายพัฒนาความสามารถ (Competency) ในขณะที่บางองค์กรเลือกที่จะกำหนดตำแหน่งใหม่ขึ้นมา และสังกัดอยู่กับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว เช่น ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนา Competency ที่สังกัดอยู่กับฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งขององค์กรที่สังกัดอยู่กับสำนักงานกรรมการผู้จัดการหรือฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การนำภารกิจเชิงกลยุทธ์มากระจายลงสู่หน่วยงานหรือตำแหน่งงาน จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าภารกิจทั้งหมดขององค์กรมีหน่วยงานหรือตำแหน่งงานรองรับอย่างครบถ้วน และจะได้พิจารณาดูด้วยว่าภารกิจนั้นๆเหมาะสมกับหน่วยงานหรือตำแหน่งงานมากน้อยเพียงใด
  3. ออกแบบใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ ถึงแม้เราจะเรียกว่าใบกำหนดหน้าทีงานเหมือนกัน แต่ใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์นี้อาจจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างแตกต่างไปจากใบกำหนดหน้าที่งานประจำที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าหน่วยงานบางหน่วยงาน ตำแหน่งบางตำแหน่งมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น 3 ปี 5 ปี หลังจากนั้นจะไม่มีตำแหน่งนี้อีก (หลังจากภารกิจเชิงกลยุทธ์บรรลุเป้าหมายแล้ว) บางตำแหน่งยังไม่สามารถเขียนลักษณะงานที่ละเอียดทั้งหมดเหมือนงานประจำได้ชัดเจน อาจจะต้องมีการเขียนในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำเข้าไปด้วย นอกจากนี้การจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ควรจะคำนึงถึงการเชื่อมโยงระหว่างภารกิจหลักขององค์กร และผลที่องค์กรคาดหวัง รวมถึงตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจนั้นๆด้วย งานบางงานอาจจะต้องระบุถึงแผนงาน งบประมาณควบคู่ไปกับใบกำหนดหน้าที่งานด้วย และบางครั้งอาจจะต้องเขียนภารกิจคล้ายๆกับการเขียนแผนการดำเนินงาน เช่น ปีนี้จะเน้นภารกิจอะไร ปีหน้าจะเน้นภารกิจอะไร เป็นต้น
  4. จัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากภารกิจเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งทำอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น การจัดทำหรือเขียนใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์นี้จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะเป็นงานที่ไม่มีใครรู้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นคนภายในและบุคคลภายนอกองค์กร ดังนั้น องค์กรจึงควรให้ความสำคัญและเวลากับการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ให้มาก ส่วนรูปแบบและส่วนประกอบจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละองค์กรนะครับ            

สิ่งแรกที่ควรจะทำก่อนการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์คือการนำเอากลยุทธ์ขององค์กรทั้งระยะสั้นและระยะยาวมาวิเคราะห์หาภารกิจ ภารกิจในที่นี้ให้ลองถามว่าถ้าองค์กรต้องการจะให้บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์นั้น องค์กรจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องขยายสาขา ต้องออกสินค้าใหม่ ต้องร่วมทุนกับคู่ค้า ต้องพัฒนาบุคลากรรองรับ ต้องหาเงินลงทุนเพิ่ม ต้องพัฒนาเครือข่ายระหว่างประเทศ ต้องหาตัดหน่วยงานบางหน่วยงานทิ้งไป ต้องเพิ่มหน่วยงานบางหน่วยงานเข้ามา ฯลฯ และให้ลองถามลึกลงไปอีกว่า แล้วภายใต้ภารกิจเชิงกลยุทธ์แต่ละอย่างนั้นต้องมีแผนงาน โครงการอะไรบ้าง หรือถ้าสามารถทำได้ให้กำหนดลงไปถึงกิจกรรมที่จะเข้ามารองรับแผนงานและโครงการนั้นๆด้วย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพของภารกิจเชิงกลยุทธ์ที่กว้าง(ทุกด้านและทุกระยะ)และลึก(รายละเอียดของภารกิจ)ได้มากยิ่งขึ้น      

 

 

สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรเชิงกลยุทธ์จะสามารถนำเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับการปรับเปลี่ยนและพัฒนาโครงสร้าง รวมถึงการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งานเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องการันตีว่าภารกิจของกลยุทธ์ขององค์กรจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้นะครับ 




การบริหารทรัพยากรมนุษย์




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Providing Value to Your People